ผมจำได้อย่างชัดเจนแม้ขณะในที่ยามผมหลับตา
เสียงกรีดร้องของเด็กน้อย ที่ฟังดูเจ็บปวดระคนน่ากลัว
เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัวรัซเซี่ยนที่เช่าห้องๆหนึ่งในแฟลตเดียวกันกับผม
เสียงเธอเกิดขึ้นเพื่อขอความเมตตาและเห็นใจ แต่ทว่าดูเหมือนว่าจะไม่มีวี่แววของสิ่งๆนั้นตอบแทนกลับมา
ผมหยุดยืนอยู่หน้าคาเฟ่เล็กๆแห่งหนึ่งบนถนนแครอล ที่อยู่ห่างจากที่พักของผม ไปเกือบบล็อค
“แต่ผมยังคงได้ยินเสียงของเธอ”
ผมถอนหายใจอย่างช้าๆและ ดึงหมวกไหมพรมให้ตึงแนบหูเพื่อกลบเกลื่อนเสียงของเธอ
ก่อนที่จะก้าวขาเดินทะลุฝนที่ตกโปรยปราย ไปยังสถาณีรถไฟฟ้าใต้ดิน
วันนี้เป็นวันแรกของการเป็นนักศึกษาใหม่ในประเทศที่ใครๆก็เรียกว่าประเทศผู้ดี.....
ประเทศที่ส่งผลกระทบถึงการเปลี่ยนแปลงต่อทัศนะคติในการดำเนินชีวิตของผมอย่างช้าๆมาตลอด4ปีนี้
ผมจวนจะสายแล้ว...
ผมดั้นด้นพาชีวิตที่เต็มไปด้วยความอยากและเบื่อหน่ายมายังเมืองที่เขาว่ากันว่า
เต็มไปด้วยความมั่งคั่งในศิลปะวัฒณธรรม ดีและเลว เก่าและใหม่คละเคล้ากันไปมากที่สุดเเห่งหนึ่งของโลก "ลอนดอน"
"สวัสดีครับ"
"เราชื่อ วันทยา เรียกว่าอาร์มก็ได้ เราอายุ 20ปีและมาจากประเทศไทย"
นั่นคือที่ผมกล่าวเป็นคำเเรกของวัน กับทุกคนในสาขา อาร์ตออฟโฟโต้กราฟฟี่ ของ
ลอนดอนคอลเลจออฟคอมิวนิเคชั่น ซึ่งเป็นที่เรียนที่ใหม่ของผม
และนั่นก็เป็นคำสุดท้ายของวันเช่นกัน
เปล่าเลยไม่ใช่ว่าผมเป็นคนที่ไม่อยากแสวงหามิตรภาพใหม่ๆหรือเป็นคนรักสันโดษแต่อย่างใด หากคงเป็นเพราะบรรยากาศที่แตกต่าง
โทนสีที่ไม่สบายใจ บ้านเมืองที่แปลกตา ชอบฟังมากกว่าพูด หรืออะไรก็ตามที่จะสรรหายกมาอ้างได้ แต่ทั้งหมดทั้งปวงนั้นก็เป็นแค่เหตุผลลมๆ
ที่ผมอุปโลกเพื่อปฎิเสธว่ามันเกิดจากอาการของ PTSDที่ไม่ว่ามันจะย่อมาจากอะไรก็ตาม
มันคือคำที่จิตแพทย์ที่ให้คำปรึกษาผมใช้เรียกนิสัยของกลุ่มอาการทางจิตที่ผมเป็น โดยไม่แยแสว่าผมจะชอบมันหรือไม่
"ภาพถ่ายมันสามารถสื่อสารกับคนอื่นโดนที่ไม่ต้องมีคำพูดใดๆ"
..นายเป็นคนประเภทนั้นหรอ...
ภาษาอังกฤษสำเนียงสแปนิชดังลอดหูมาจากด้านหลังของผม ในเวลาพักเที่ยงของ2อาทิตย์ให้หลัง
"สวัสดีอาร์มเรา คริสติน่า ท่าทางจะชอบฝนมากเลยนะมานั่งที่แบบนี้คนเดียว" เธอพูดพร้อมรอยยิ้ม
"เราจำเธอได้ สวัสดี" ผมตอบพลางยื่นมือไปจับเพื่อกระชับมิตร
คริสติน่า ซานเชส เป็นมนุษย์ที่มีความสามารถก่อสร้างสัมพันธภาพอันดีเยี่ยมอย่างหาตัวจับยาก เธอเป็นที่ชื่นชอบของครูและเพื่อนร่วมชั้น
คงเป็นเพราะนิสัยทีเล่นทีจริงชอบหยอกล้อและสามารถเห็นยิ้มกว้างๆของเธอได้เกือบตลอดเวลา..
******************************
เสียงเม็ดฝนกระทบตัวอาคารให้จังหวะรับกับพัดลมติดเพดานที่หมุนเอื่อยๆ....
นั่นคือทัศนียภาพที่ผมรับรู้เป็นอย่างเเรกตอนลืมตาขึ้นมาบนโซฟาเก่าๆไสตล์หลุยส์หุ้มหนังย้อมสีแดงเลือดหมู
มันตั้งอยู่กลางห้องที่ผมต้องเรียกว่าบ้านอย่างเสียมิได้
ครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะที่ผมต้องโดนปลุกด้วยเสียงกรีดร้องแหลมเล็กของเด็กน้อยข้างๆห้อง
ผมเอี้ยวตัวมองกระจกที่ไม่ใสนักเพราะฝุ่น ลอดออกไปเห็นสีเทาหม่นของสภาพแวดล้อมเบื้องนอกที่แน่นิ่งท่ามกลางละอองฝน
ยังคงไม่มีวี่แววการมาเยือนของแสงอาทิตย์ หรือหาก ไม่เช่นนั้นมันคงไม่มีดวงอาทิตย์สำหรับที่นี่กระมัง
"คงต้องทำอะไรซักอย่างกับห้องข้างๆแล้วละ"
ผมหันไปตามเสียงของคริสติน่าที่แว่วมาจากส่วนมืดของห้องที่ใช้เป็นห้องอัดภาพชั่วคราว
"อืม" ผมตอบโดยไม่ต้องใช้หัวคิด
คริสติน่าย้ายมาอยู่กับผมได้หลายเดือนแล้วด้วยเหตุผลที่ว่าเธอต้องการห้องที่ใหญ่กว่าเดิมเพื่อทำห้องอัดภาพ
และไม่อยากไปเบียดเสียดแย่งการใช้สิทธิ์ ในห้องอัดภาพที่มหาวิทยาลัยในช่วงไฟนอลโปรเจกต์เช่นนี้
และอีกเหตุผลที่ว่าผมเป็นเพื่อนของเธอ ที่เธอเรียกเองเออเองว่าเพื่อนสนิท
แต่ผมก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปฎิเสธ
เพราะการเที่ธอมีผมเป็นเพื่อนมันก็ไม่ได้ทำให้ผมอึดอัดรำคาญใจหรือต้องใช้ความคิดอะไรมากมาย
เพราะส่วนใหญ่เธอจะเป็นคนพูดแล้วผมก็เป็นคนฟังแม้เรื่องทั้งหมดมันจะหาสาระอะไรไม่ค่อยได้ก็ตามที...
"ยืมฟิลม์ขาวดำ20ม้วนนะ"เธอตะโกนบอกผมก่อนกระแทกปิดประตู ออกไปอย่างรีบร้อน
เธอคงออกไปตามถ่ายวงดนตรีที่เธอใช้เป็นหัวข้อองานไฟนอลโปรเจกตามเคย
ผมก็ควรออกไปหาอะไรทำซักอย่างเช่นกัน
เพราะเด็กน้อยไม่ได้เบาบางเสียงลงเลย..
*************************************************************
ผมยืนบนบนหัวมุมของถนนแห่งหนึ่งในย่าน King’s cross
ในสภาพที่สวมเสื้อแจ๊กเกตสีดำที่มีฮูดคลุมหัวเพื่อป้องกันละอองน้ำจากฟ้า
ผมยืนตรงนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ…
ช่างมันเถอะเพราะถึงยังไงผมก็มีเวลาเหลือเฟืออยู่แล้วนี่นา
และเวลาของผมมันก็มีเพื่อสังเกตุพฤติกรรมหญิงอายุ 27 ปีคนหนึ่ง ที่ชื่อ Elizabetha เธอเป็นชาวฮังกาเรี่ยนโดยกำเนิด
และประกอบอาชีพให้บริการปลดปล่อยความเครียดทางเพศแก่ท่านชาย หรือที่เธอเรียกตัวเองว่าโสเภณีได้อย่างไม่ขัดเขิน
ผมยืนพิงกำแพงห่างจากเธอราวๆ60เมตรโดยประมาณ ในมือขวาผมถือกล้อง Compact 35mm. ที่บรรจุฟิลม์ขาวดำเอาไว้ ในท่าที่พร้อมจะใช้มันบันทึกอริยาบถต่างๆของเธอได้ทุกเมื่อ
ผมไม่ใช่โรคจิตที่แอบตามถ่ายพฤติกรรมผู้หญิง แต่อย่างใด
ความสัมพันธ์ของผมกับเธอมีอย่างเดียวคือ ”เธอเป็นหัวข้องานไฟนอลโปรเจกต์ของผม”
แน่นอนว่าเธอรับรู้และยินยอมให้ผมตามเก็บภาพของเธอจากทุกระยะได้ร่วมเดือนกว่าๆแล้ว
“ฉันค่อนข้างแน่ใจนะว่าเขารักฉัน.......และฉันก็รักเขาด้วย แต่มันติดแค่ที่ว่าเขามีครอบครัวแล้วนี่สิ”
เธอตอบผมในขณะที่ม้วนเทปในเครื่องอัดเสียงของผมทำงานอยู่...
เธอมักพูดเรื่องราวของคนที่เธอรักให้ผมฟังอยู่บ่อยๆ
“ถ้าพวกคุณรักกันเรื่องนั้นคงไม่เกี่ยว...ถ้าเป็นผม ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เธอมา”
ผมกดหยุดเทปทันทีที่พูดจบ
“ชั้นควรจะเชื่อเธอรึไง…” เสียงเธอแหบพร่าจนแทบจับใจความไม่ได้
ควันบุหรี่ที่เธอพ่นออกมาปะทะหน้าผมบางๆ
***********************************
“Petuchuka เป็นหุ่นกระบอกที่มีชีวิตขึ้นมาเพราะรักในการเต้นบัลเลต์ ย่าของหนูอยากให้หนูเป็น ballerina” เสียงของเด็กน้อยผมแดงผิวสีขาวใส ลอดออกมาจากปากที่บางเฉียบ เลยตั้งชื่อนี้ให้
เธอตอบผมระหว่างที่เธอกำลำงก้มหน้าก้มตาเล่นกับตุ๊กตาขนเกรียนสีน้ำตาลไหม้ที่เดาไม่ออกว่าเป็นตัวอะไร
“สนุกมั้ย”
“ค่ะ..หนูชอบแข่งกับ Fayena ว่าใครจะหยุดหายใจได้นานกว่ากัน”
“หนูชนะทุกทีแหล่ะเนอะ” Fayena ผงกหัวรับคำพูด2ทีตามแรงกดของมือเจ้านายมัน
“แข่งไปทำไมหรือ” ผมถามทั้งๆที่ยังมองตุ๊กตาที่เพิ่งผงกหัวในอ้อมกอดของเด็กน้อย
“ก็ไว้ตอนเวลาน้ำท่วมโลกหนูจะได้รอโนอามารับได้ไง….”
น้ำท่วมโลกรึ นั่นสินะมันก็น่าจะเป็นอย่างนั้น ถ้าทุกวันของโลกทั้งใบเป็นแบบเดียวก็ทุกวันของที่นี่
ทุกวันที่ฝนอย่างไม่เคยขาดสาย
ผมหวนคิดถึงบทสนทนาเหล่านั้นซ้ำไปมาในขณะที่ผมเดินผ่าน ชั้นแปดเพื่อขึ้นไปบนดาดฟ้า
ชั้นแปด...ที่มีเสียงโวยวายหนวกหูที่ไม่เคยคิดจะจับใจความ.
ชั้นแปด...ที่เป็นชั้น ที่ผมอาศัยอยู่
ชั้นแปด...ที่มีคนปะทะคารมอย่างรุนแรง กันอยู่บนทางเดินหน้าประตูห้องถัดจากห้องผม
ชั้นแปด...ที่มี คริสติน่า กำลังเถียงกับชายคนหนึ่ง ที่ถึงผมจะไม่รู้จักแต่ก็คุ้นเคยเสียงเขาดี
และสามารถเดาได้ง่ายๆว่าเขาคือสามีของแม่บังเกิดเกล้าของเด็กหญิงห้องข้างๆผม
ชั้นแปด...ที่ผมเพิ่งเบือนหน้าหนีมาบนดาดฟ้าเพื่อรับรู้ว่า วันนี้ฝนตกหนักเป็นพิเศษ เมื่อดูจากปริมาณและขนาดที่กระทบตัว
ผมได้แต่หวังว่า เด็กหญิง เพทรูชูก้า จะได้ลองเต้นบัลเล่ต์ตามความฝันของย่าเธอดูสักครั้ง
ก่อนที่น้ำจะท่วมโลก
edit @ 16 Nov 2007 23:51:44 by RM
